การส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ในเด็กก่อนวัยเรียนด้วย ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธุ์ไทย-เขมร

Pre-School Child Emotional Development Promotion Through the Local Wisdom of Thai-Khmer Ethnic Groups

  • ดรรชนี มะลิงาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์
Keywords: เด็กก่อนวัยเรียน, การเลี้ยงดูเด็ก, ชาติพันธุ์ไทย-เขมร, พัฒนาการด้านอารมณ์, pre-school children, child rearing, the Mon-Khmer ethnic groups, Emotional development

Abstract

          การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพิธีกรรมและวิธีการเลี้ยงดูเด็ก ตามแบบแผนดั้งเดิมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย-เขมรกลุ่มเป้าหมายเลือกแบบเจาะจง ใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ การสัมภาษณ์เชิงลึก  การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม

          ผลการศึกษาพบว่า การเลี้ยงดูเด็กที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านจิตใจ อารมณ์  ในเด็กก่อนวัยเรียนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย-เขมรในด้านความเชื่อ ข้อห้าม พิธีกรรมและประเพณียังคงมีการสืบทอดจนถึงปัจจุบัน เด็กที่เกิดมามีครูคุ้มครอง ต้องแต่งจวมให้ เพื่อบูชาครูอายุ 1 เดือนจัดพิธีโกนผมไฟ เด็กชายให้บวชเป็นสามเณรเรียนรู้พระพุทธศาสนา มาตรฐานศีลธรรม เป็นต้น ด้านอาหารและการให้นมให้ลูกกินนมแม่รับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัว ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นส่งเสริมพัฒนาการ  และความมั่นคงทางอารมณ์ ด้านสาเหตุการเจ็บป่วยและการป้องกันการเจ็บป่วยพาลูกใกล้ชิดศาสนา เพื่อขัดเกลาจิตใจ หรือมีสิ่งยึดเหนี่ยว เช่น วัตถุมงคลเครื่องรางต่าง ๆ  เป็นต้น ด้านการดูแลขณะเด็กเจ็บป่วย ใช้สมุนไพรการเสี่ยงทายเพื่อหาสาเหตุ  การเจ็บป่วย ให้พระรดน้ำมนต์และในด้านการเล่นของเด็ก แม่จะร้องเพลงกล่อมให้ ลูกนอน ให้ลูกเล่นอย่างอิสระตามธรรมชาติในชุมชน ชมเชย และกำลังใจ ในการเล่นทำให้เด็กมีความสุขมีความมั่นใจและมีความมั่นคงทางอารมณ์เมื่อเติบโตขึ้น

                จากผลการศึกษาในครั้งนี้จะนำไปสู่การบูรณาการเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์เด็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ไทย-เขมรที่ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาแม่ที่ใช้ในการสื่อสารประจำวัน

           The objective of this research is to study the traditional and the procedure to treat the pre-school children rearing practice that promote emotional development of Thai-Khmer ethnic groups. The samples of this study were selected purposively. The qualitative research methodology was employed in this study. The data were collected through in-depth interviews and participatory and non-participatory observations.

          The study found that, according to the ethno psychology for pre-school childcare, traditions and rituals, considered as the beliefs and taboos have been inherited until nowadays. Every new-born child is protected by “Khru” and have to make “Juam” to worship “Khru”. When a child is one month old, the ritual of “KonPhomfai” will be conducted. Boys will ordain to study Buddhism and learn moral standards. According to foods and breastfeeding, a child would feed from mother’s breast milk, dine together for the whole family that make a child feels warmth; it can promote development and emotional stability. According to causes of illness and illness prevention that taking children to a temple for sermon listening children will be treated with herbs. Children live based on the religious precepts or the practice of a mental restraint   (e.g. Sacred objects, amulets). Sometimes, children will be taken to a divination ceremony to find out a cause of sickness or to be sprinkled with the holy water. It can makes children to have tranquility and good mental health.. In term of children’s recreation, Mother will sing a lullaby for the children to sleep. Giving features freely in the community, Compliments and encouragement to play make children happy, confident and have emotional stability as they grow up.

           As a result, of this study would be leaded to the integration health promotion of pre-school children of the Mon-Khmer ethnic groups that use a Khmer language as a mother tongue. 

References

กัลยา ทองธีรกุล. (2559). การส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการทารกแรกเกิดด้วยแนวคิดจิตประภัสสร. ขอนแก่น: ศูนย์อนามัยที่ 7.

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์. (2549). พหุลักษณ์ทางการแพทย์กับสุขภาพในมิติสังคมวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี.

คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมาย. (2544). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดศรีสะเกษ. กรุงเทพฯ : โครงการจัดทำหนังสือเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ.

คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนาสุรินทร์. (2553). รวมประเพณีและพิธีกรรมท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์. ม.ป.พ.

คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ. (2561). แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 – 2564. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เจ. เอส. การพิมพ์.

ชดาพิมพ์ เผ่าสวัสดิ์. (2559). คู่มือการเสริมสร้างความผูกพันทางอารมณ์ สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี ด้วย กิน กอด เล่น เล่า. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิสซิ่ง จำกัด.

ณัฐกร อินทุยศ. (2556). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : วี.พริ้น (1991).

นิตยา ศรีมกุฎพันธุ์ และคณะ. (2555). การละเล่นพื้นบ้านเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ไทย – เขมร. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) สุรินทร์: สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค(การศึกษาและการจัดการภูมิปัญญา)มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

ประกอบ ผลงาม. (2538). สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์เขมรถิ่นไทย. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล.

เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย.(2557กรกฎาคม). สืบค้นจากhttp://www.banmuang.co.th/

พิทยาภรณ์สิงหกานตพงศ์ และณัฐวรดามณีรัตน์. (2555). ทฤษฎีพัฒนาการเด็กปฐมวัย. เอกสารการสอน. อัดสำเนา.

ลักขณา สริวัฒน์. (2549). จิตวิทยาในชีวิตประจำวัน.(พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2553). กรอบยุทธศาสตร์งานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคระดับชาติปี2554–2558. (พิมพ์ครั้งที่1). นนทบุรี: สามเจริญพาณิชย์.

คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมาย. (2544). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดศรีสะเกษ. กรุงเทพฯ : โครงการจัดทำหนังสือเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ.

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.(2559มีนาคม). สืบค้นจากhttp://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=173

Published
2020-06-30
How to Cite
มะลิงามด. (2020). การส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ในเด็กก่อนวัยเรียนด้วย ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธุ์ไทย-เขมร: Pre-School Child Emotional Development Promotion Through the Local Wisdom of Thai-Khmer Ethnic Groups. วารสารมนุษย์และสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 4(1), 124-149. Retrieved from http://huso-journal.sskru.ac.th/index.php/m1/article/view/82
Section
Research Article(บทความวิจัย)